- ผู้จัดการมรดกคืออะไร และ มีหน้าอย่างไร
- ใครมีสิทธิยื่นตั้งผู้จัดการมรดก
- ยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ตอนไหน
- ยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ไหน
- ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งมรดก
- เอกสารที่ใช้ยื่นคำร้อง
- ขอถอนผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกคืออะไร และ มีหน้าอย่างไร
- ผู้จัดการมรดกคือ ผู้มีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการใด ๆ เป็นเพื่อจัดการมรดกและมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม
-ผู้จัดการมรดกจะต้องได้รับคำสั่งศาลสั่งให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น
-ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ชำระหนี้สินของเจ้ามรดก(คนตาย) แก่เจ้าหนี้
-ผู้จัดการมรดกต้องทำบัญชีทรัพย์มรดก และทำรายการแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งมรดก บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยสิทธิ
ใครมีสิทธิยื่นตั้งผู้จัดการมรดก
- ทายาทโดยธรรม ได้แก่ พ่อแม่ สามีภรรยา หรือบุตร เป็นต้น
- ผู้รับพินัยกรรมที่มีสิทธิรับมรดก
- ผู้มีส่วนได้เสียในมรดก
- พนักงานอัยการ
ยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ตอนไหน
หลังจากเจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย และมีทรัพย์สิน และทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม
ยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ไหน
– ยื่นต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย ได้แก่ ศาลแพ่ง (กทม.), ศาลจังหวัด (ต่างจังหวัด) หากผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ในเขตศาล
– ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ได้
ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งมรดก
ค่าใช้จ่ายในตั้งผู้จัดการมรดกแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ค่าทนายความ และค่าธรรมเนียมศาล โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ค่าจ้างทนายว่าความ
- ค่าธรรมเนียมศาล ได้แก่ ค่าขึ้นศาล
เอกสารที่ใช้ยื่นคำร้อง
1. ทะเบียนบ้านของเจ้ามรดก
2. ทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
3. ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก
4. ใบมรณบัตรของบิดามารดา กรณีบิดามารดาของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
5. ทะเบียนสมรสของสามี หรือ ภรรยาของเจ้ามรดก
6. ทะเบียนสมรสของของสามีภรรยาของเจ้ามรดก
8. สูติบัตรของบุตรเจ้ามรดก (กรณีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
9. บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
10. พินัยกรรมของเจ้ามรดก (ถ้ามี)
11. หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก
12. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอมทุกคน
13. บัญชีเครือญาติ
14. เอกสารที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก (เช่น โฉนดที่ดิน และสัญญาจำนอง ทะเบียนรถยนต์/จักรยานยนต์ อาวุธปืน สมุดเงินฝากธนาคาร ใบหุ้น เป็นต้น)
ทายาทที่มีสิทธิรับมรดก ได้แก่
- ผู้รับพินัยกรรม
- ทายาทโดยธรรม ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดก มี 6 ลำดับ ดังนี้
- ผู้สืบสันดาน
- บิดามารดา
- พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
- ปู่ ย่า ตา ยาย และ
- ลุง ป้า น้า อา
>> คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก
- บรรลุนิติภาวะ (มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์)
- ไม่เป็นคนวิกลจริต
- ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นคนล้มละลาย
>> ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ได้ 3 วิธีดังนี้
1. จ้างทนายความยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก (ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 7,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมศาลและค่านำหมาย)
2. ติดต่อสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ดำเนินการยื่นคำร้องให้แทน (มีค่าใช้จ่ายประมาณ 700 – 1000 บาท (ค่าธรรมเนียมศาล + ค่านำหมาย) ทั้งนี้ ทายาททุกคนต้องเซ็นต์ให้ความยินยอม และเอกสารจะต้องครบถ้วนเท่านั้นอัยการจึงจะสามารถดำเนินการให้ได้
3. ทายาทดำเนินการยื่นด้วยตนเอง เบิกความด้วยตนเอง (ค่าใช้จ่ายประมาณ 700 – 1000 บาท (ค่าธรรมเนียมศาล + ค่านำหมาย)
>> เอกสารหลักฐานที่จะต้องใช้ในการยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก
1. เอกสารผู้ตาย (เจ้ามรดก)
– ใบมรณบัตรหรือหนังสือรับรองการตาย (ขอที่เทศบาลหรือที่ว่าการอำเภอ)
– ทะเบียนบ้าน , บัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย (ถ้ามี)
– ใบสำคัญการสมรส (ทะเบียนสมรส) กรณีผู้ตายจดทะเบียนสมรส
– หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี)
2. เอกสารของบิดาและมารดาของผู้ตาย
กรณียังมีชีวิต
– ทะเบียนบ้าน, บัตรประจำตัวประชาชน
– ใบสำคัญการสมรส (ทะเบียนสมรส)
กรณีเสียชีวิต
– ใบมรณบัตร หรือ หนังสือรับรองการตาย (ขอได้ที่เทศบาล หรือ ที่ว่าการอำเภอ)
3. เอกสารของคู่สมรสของผู้ตาย
กรณียังมีชีวิต
– ใบสำคัญการสมรส (ทะเบียนสมรส)
– ทะเบียนบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชน
– หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี)
กรณีเสียชีวิต
– ใบมรณบัตร หรือ หนังสือรับรองการตาย (ขอได้ที่เทศบาล หรือ ที่ว่าการอำเภอ)
4. เอกสารของบุตรของผู้ตาย
กรณียังมีชีวิต
– ทะเบียนบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชน หรือ (ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนให้ใช้ สูติบัตร)
– หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี)
– ถ้าบุตรของผู้ตายคนใดสมรสแล้ว ให้เพิ่ม ใบสำคัญการสมรส (ทะเบียนสมรส)
กรณีเสียชีวิต
– ใบมรณบัตรหรือหนังสือรับรองการตาย (ขอได้ที่เทศบาล หรือ ที่ว่าการอำเภอ)
5. เอกสารอื่น ๆ
– บัญชีเครือญาติ (ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก เป็นผู้ลงชื่อรับรองบัญชีเครือญาติ) ขอแบบได้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (กรณีว่าจ้างทนายความ ทนายจะเป็นผู้จัดทำบัญชีเครือญาติให้)
– หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก (บิดา,มารดา,คู่สมรส และบุตรของผู้ตายทุกคนที่ยังมีชีวิตต้องลงชื่อยินยอม (ยกเว้นผู้ที่ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก))ขอแบบได้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (กรณีว่าจ้างทนายความ ทนายจะเป็นผู้จัดทำหนังสือให้ความยินยอม)
– เอกสารที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดก เช่น โฉนดที่ดิน, น.ส.3, สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ, สมุดเงินฝากธนาคาร, ทะเบียนอาวุธปืน และอื่น ๆ
>> วิธีการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
– ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย ได้แก่ ศาลแพ่ง (กทม.), ศาลจังหวัด (ต่างจังหวัด) หากผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ในเขตศาล
– ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ได้
– เมื่อยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 45 – 60 วัน
– ส่วนการไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบประชุมทางจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โปรแกรม (Google Meet , Zoom Meeting , Line Meet) ได้
>> หน้าที่ของผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดก มีหน้าที่รวบรวม ทำบัญชี และแบ่งปันทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายให้ทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดกหรือผู้รับพินัยกรรม ตลอดจนชำระหนี้สินของเจ้ามรดกแก่เจ้าหนี้ ทำบัญชีทรัพย์มรดกและทำรายการแสดงบัญชีการจัดการและแบ่งมรดก โดยต้องจัดการไปในทางที่เป็นประโยชน์แก่มรดก จะทำนิติกรรมใด ๆ ที่เป็นปรปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้
6 ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ไม่มีพินัยกรรม
รวบรวมทรัพย์มรดก บัญชีเครือญาติ หารือในครอบครัวว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก และจัดทำหนังสือให้ความยินยอม(ทายาทอื่น) ในการร้องขอจัดการมรดก และแนบเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก
นำเอกสารที่ใช้ยื่นประกอบคำร้องไปยื่นที่ ศูนย์จัดการมรดก หรือ สำนักอัยการจังหวัด โดยดูที่ภูมิลำเนาของเจ้ามรดกหรือที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและแนะนำแนวทางในการจัดการที่ถูกต้องและเป็นธรรม
กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 45 วัน ถึง 60 วัน.
ประกาศแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และรอคอยว่ามีผู้ยื่นคัดค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีก็รอรับคำสั่งศาล แต่ถ้ามีคัดค้านก็มีการไต่สวนต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น
รับคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่ศาล
รับหนังสือสำคัญแสดงรับรองคดีถึงที่สุด


